บทที่ 21
การประมาณราคา (Estimating Electrical Costs)

 

  ช่างสายนอกจากจะสามารถติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ได้แล้ว ยังจะต้องมีความสามารถในการอ่านแบบออก แยกรายการวัสดุที่ต้องใช้ พร้อมทั้งประมาณราคาวัสดุที่จะใช้ทั้งหมดได้ด้วย ทั้งนี้เพื่อต้องการทราบว่างานแต่ละชิ้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการผลิตมากน้อยเท่าใด เป็นต้นว่างานติดตั้งและเดินสายไฟฟ้า เราจะต้องทราบค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการยื่นเสนอราคารับเหมางานนั้นๆ หรือถ้าเป็นงาน เกี่ยวกับวิทยุและอิเลคโทรนิคส์ เราจำเป็นต้องทราบต้นทุนการผลิต เพื่อจะได้ตั้งราคาขายได้ถูกต้อง โดยที่ได้บวกค่าแรงงานและกำไร เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นการประมาณราคาจึงมีความสำคัญมากสำหรับช่างติดตั้งเดินสายจำเป็นต้องเรียนรู้เอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแยกรายการออกแบบก่อนที่จะนำไปคิดราคา
   การประมาณราคาในงานที่เกี่ยวกับวิทยุและอิเลคโทรนิคส์ไม่ค่อยยุ่งยากหรือซับซ้อนมากนัก เพราะเป็นงานชิ้นเล็กๆ แต่การประมาณราคา ของงานที่เกี่ยวกับไฟฟ้านั้นเนื่องจากว่าเป็นงานชิ้นใหญ่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ต้องมีความสามารถในการ ที่จะอ่านแบบอก แยกรายการในแบบได้อย่างถูกต้อง ในแบบของงานไฟฟ้าทั่วไปโดยมากเป็บแบบ One lone diagram ผู้ศึกาจะต้องแยกวงจรออกเป็นส่วนๆ หรือเป็นวงจรย่อยๆ เพื่อจะได้พิจารณาในวงจรย่อยๆ นั้นว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง

 

21.1 หลักการประมาณการ
- ศึกษารายละเอียดในผังการเดินสายภายในห้องหรืออาคารนั้นๆ ให้เข้าใจเสียก่อน เช่น ดูตำแหน่งของแผงจ่ายไฟฟ้า ดวงโคม สวิทซ์ว่าว่างอยู่ ณ ตำแหน่งใดบ้าง
- วางแผนในการที่จะเดินสายจริงๆ ว่าจะเดินอย่างไร เช่น ดวงโคมติดกับเพดาน แขวนห้อย หรือติดข้างฝา เต้าเสียบ สวิทซ์ ดวงโคม ติดตั้งจากพื้นสูงเท่าใด
- แยกรายละเอียดวัสดุที่ใช้ เช่น ดวงโคม สวิทซ์ เต้าเสียบ สายไฟ เข็มขัดรัดสาย ตะปูตอกสายว่าใช้ปริมาณเท่าใด โดยเฉพาะสายต้องเผือ่เหลือเผื่อขาดอย่างน้อย 10%
- กำหนดราคาวัสดุต่างๆ ที่ใช้ (ตามราคาของท้องถิ่น)
- กำหนดค่าแรง ในการติดตั้งงานชิ้นนั้นๆ (ตามราคาท้องถิ่น)
- ถ้าเป็นไปได้ ควรดูสถานที่จริงๆ เสียก่อนเพื่อจะได้ทราบถึงความยากง่ายในการที่จะเดินสายสำหรับห้อง หรืออาคารนั้นๆ (เพื่อประโยชน์ในการคิดค่าแรงให้เหมาะสม)

 

21.2 ค่าแรงในการติดตั้ง อัตราการคิดค่าแรงสำหรับการติดตั้งไฟฟ้าทั่วไปนั้นสำหรับเมืองไทยนิยมคิดเป็นจุด 1 จุดหมายถึงหลอดไฟ 1 ดวงสวิทซ์ 1 อัน เต้าเสียบก็คิดอีก 1 จุดต่างหากแม้จะติดตั้งอยู่ใกล้กับสวิทซ์ก็ตาม อัตราค่าแรงนั้นก็ขึ้นอยู่กับท้องถิ่นซึ่งราคาไม่แน่นอน โดยทั่วไปแล้วการติดตั้งหลอดไฟธรรมดา 1 จุด ก็อยู่ระหว่าง 80 -100 บาท ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระยะใกล้หรือไกล สำหรับบ้านไม้ธรรมดา แต่ถ้าเป็นปูนหรือตึกการติดตั้งก็ทำลำบากยิ่งขึ้น เช่นสวิทซ์ และปลั๊กไฟ ต้องติดตั้งแบบฝังการทำงานก็ทำให้ลำบากขึ้น ค่าแรงก็ต้องสูงตามก็อยู่ระหว่าง 120 -150 บาท แต่ถ้าติดตั้งแบบลอยธรรมดา จุดหนึ่งก็อยู่ในระหว่าง 80 - 100 บาท เป็นต้น
ส่วนการติดตั้งเครื่องจักร หรือไฟฟ้าแสงสว่างตามโรงงาน การทำงานก็เพิ่มความลำบากยิ่งขึ้นเพราะเป็นที่สูง อัตราค่าแรงงานก็แตกต่างออกไป เช่น เครื่องจักรจุดกนึ่ง หรือเครื่องหนึ่งก็อยู่ระหว่าง 300 – 500 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเครื่องจักรแต่ละเครื่องส่วนไฟฟ้าแสงสว่างนั้น เช่น ติดตั้งตามรางตัว C หรือแขวนห้อยค่าแรงก็ตกจุดละ 150 – 200 บาท เป็นต้น ค่าแรงของแต่ละท้องถิ่นนั้นก็ย่อมแตกต่างออกไป ซึ่งที่แนะนำมานี้ก็พออาศัยเป็นแนวทางในการคิดค่าแรงเท่านั้น

 

ตัวอย่างการประมาณการ (ห้องเดียว)



รูป 21.1 แสดงแผนผังการเดินสายในห้องเดียว


ภายในห้องนี้จะมีการติดตั้งดวงโคม 1 จุด และเต้าเสียบ 1 กำหนดให้ระยะต่างๆ เป็นดังนี้

 

ความสูงของห้อง 2.80 ม.
เต้าเสียบติดตั้งสูงจากพื้น 30 ซ.ม.
หลอดไฟติดที่เพดาน กลางห้อง
สวิทซ์ติดตั้งสูงจากพื้น 120 ซ.ม.
แยกรายการวัสดุต่างๆ ที่ต้องใช้ลงในตารางได้ดังนี้



รายการอุปกรณ์และวัสดุของห้องมีดังนี้

อันดับ

รายการ

จำนวน

หน่วยละ

จำนวนเงิน

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12

ขั้วไฟและหลอดไฟธรรมดาพร้อมสวิทซ์
เต้าเสียบ*
สาย 2 x 2.5 ม.ม.2
สาย 2 x 1  ม.ม.2
เข็มขัด # 0
เข็มขัด # 1
เข็มขัด # 5
ตะปูขนาด 1/2
ไม้แป้นเหลี่ยม
ไม้แปนกลม
ตะปูเกลียวขนาด 1 1/4
เทปพันสาย

1 ชุด
1 ชุด
11 ม.
5 ตัว
15 ตัว
70 ตัว
18 ตัว
120 ตัว
2 อัน
1 อัน
4 ตัว
1 ม้วน

40
12
11
5
--
--
--
--
2
3
--
6

40
12
121
25
2
10
3
4
4
3
2
6

-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-

 

รวมค่าวัสดุ
ค่าแรง (2 จุด) บ้านไม้
รวมทั้งสิ้น

 

 

80

232
160
392

-
-
-

 

* รายการวัสดุที่ใช้ เช่น ดวงโคม เต้าเสียบ และสวิทซ์ ถ้าใช้ของดีๆ ของแท้ เช่น วีโต้ หรือเนชั่นแนล หลอดไฟ ใช้ของฟิลลิปส์ราคาก็จะสูงกว่านี้อีกเล็กน้อย

 

ตัวอย่างการประมาณการอาคารแบบแฟรต
ตัวอย่างต่อไปนี้จะเป็นการประมาณการ สำหรับค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบไฟฟ้าแบบอาคารของแฟลต ช.1 อาคารนี้เป็นตึกหลายชั้นมีหลายห้อง แต่ละห้องก็ติดตั้งอุปกรณ์คล้ายๆ กัน การแยกรายการสำหรับอาคารเหล่านี้ก็คิดเพียงห้องเดียว เสร็จแล้วก็คูณด้วยจำนวนห้องทั้งหมดของอาคารหลังนี้ เราก็ได้รายการวัสดุที่ต้องใช้ทั้งหมดส่วนที่นอกเหนือไปจากนี้ก็คือขนาดความยาวของสายเมน (2 x 4 ม.ม.2 ) ที่จะป้อนให้แก่แผงจ่ายไฟของแต่ละห้องไปยังแผงมิเตอร์รวม ส่วนสายเมนใหญ่จากแผงมิเตอร์รวมออกไปยังเสาไฟฟ้าภายนอก เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะต้องดำเนินการ

 

 

รูปที่ 21.2 แสดงแฟลต ช.1 สเกล 1:50

 

 

 

 

 

 

รูปที่ 21.3 แสดงแผงสวิทซ์ของแฟลต ช.1

 

 

รายการอุปกรณ์ของแฟลต ช.1 (คิดเพียงห้องเดียว)

 

 

 

ขนาดของเข็มขัดรัดสาย

รายการ

เข็มขัดรัดสายเบอร์

ความยาว (ซ.ม.)

จำนวน 1 ขีด (ก.ก)

ราคา ก.ก. ละ (บาท)

1
2
3
4
5
6

0
1
2
3
4
5

3
3.3
4
5
6
7

750 ตัว
680 ตัว
625 ตัว
415 ตัว
285 ตัว
220 ตัว

135
135
135
135
135
135

 

 

 

 

 

ขนาดของตะปูหัวโต (ตะปูดอกคลิบ)

ขนาด(นิ้ว)

จำนวน 1 ขีด (ก.ก.)

ราคา ก.ก. ละ (บาท)

3/8
1/2
3/4

625 ตัว
460 ตัว
285 ตัว

60
50
50

           
สิ่งที่จะต้องคิดเพิ่มเติมก็คือสายเมนซึ่งเป็นสายจ่ายไฟประจำห้องว่า จากแผงจ่ายแต่ละห้องไปยังที่ติดตั้ง  kwh. รวมยาวเท่าไร ราคาเมตรละเท่าใด ค่าแรงในการติดตั้งช่วงนี้ต้องบวกเพิ่มไปอีกด้วย โดยทั่วไปแล้วสายเมน (ใช้สายเดี่ยว)จากบ้านหรืออาคารไปยังเสาไฟฟ้าที่ถนน ผู้รับเหมาต้องทำให้เสร็จด้วย ส่วนการจั้มสายเข้ากิโลวัตต์เอาท์มิเตอร์เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าโดยตรง